จากงานเปิดตัว iOS 11 ในงานที่ชื่อว่า WWDC 2017 ของ Apple ทำให้ทุกคนตื่นตากันเลยทีเดียว เพราะ iOS 11 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับ iDevices อย่าง iphone และ iPad มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่หลากหลาย แต่เราจะนำเสนอฟีเจอร์เด็ดอย่างหนึ่งนั่นก็คือ เสียง Siri ที่เปลี่ยนไป มันเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ก็มันจะมีเสียงใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังมีเสียงผู้ชายให้เลือกใช้งานอีกด้วยแถมยังแปลคำตอบเป็นภาษต่างๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ภาษาจีน ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลี่ยน และสเปน ได้ ซึ่งยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ ยังมีระบบการเรียนรู้ผู้ใช้งาน เพื่อช่วยเหลือผ่านแอพฯ ต่างๆ ได้มากขึ้น

สถิติของผู้ใช้งาน iOS จาก Apple ได้กล่าวว่า ผู้ใช้งาน iPhone และ iPad ปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์เฉลี่ย 80 ครั้งต่อวัน และเนื่องจากการที่จะปลดล็อคหน้าจอแต่ละครั้งนั้นเราต้องใส่รหัสผ่าน ซึ่งก็เป็นอะไรที่ลำบากพอสมควร กว่าจะปลดล็อคได้ก็เสียเวลาไปเยอะ Apple ก็เลยได้นำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือหรือ Touch ID มาใช้ในอุปกรณ์ iPhone และ iPad ทำให้ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดีผู้ใช้นิยมหันมาใช้การปลดล็อคด้วยการเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมากถึง 89% ปัจจุบัน Touch ID พัฒนาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว แต่ใช้งานได้เฉพาะใน iPhone 6s และ iPhone 6s Plus เท่านั้น

เป็นไปตามที่หลายคนคาดว่า Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับทุกปีที่ Apple มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นั่นเอง ปีนี้ Apple ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อร่วมงานแล้วในวันที่ 9 กันยายน 2015 นี้ โดยจัดขึ้นที่ the Bill Graham Civic Auditorium ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา การถ่ายทอดสดจะมีขึ้นในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 9 กันยายน หรือเข้าสู่วันที่ 10 กันยายน 2015 ตามเวลาประเทศไทย หน้าตาของบัตรเชิญดูตามรูปเลยค่ะ

Apple

แน่นอนว่าสิ่งที่หลายรอคอยในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ของ Apple ก็คือ iPhone 6S เพราะมีข่าวหลุดมาตั้งแต่วางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ไปได้ไม่นาน นอกจากนี้ยังคาดว่า Apple จะเปิดตัว Apple TV รุ่นใหม่ พร้อมกับอัพเดตเกี่ยวกับ iOS 9 และ  watchOS 2 อีกด้วย อย่างไรก็ตามเรามาคอยลุ้นและรอชมผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของ Apple ผ่านการถ่ายทอดสดด้วยกันนะคะ

Apple-Music

Apple Music เป็นบริการเช่าฟังเพลงแบบเสียค่าบริการรายเดือนของ Apple โดยเราสามารถกดฟังเพลงไหนก็ได้เกือบทั้ง iTunes Store เลยทีเดียว ซึ่ง Apple จะมีช่วงทดลองฟังเพลง Apple Music ฟรี 3 เดือนก่อน เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นขึ้นเนื่องจากมีข่าวว่า Apple จะไม่จ่ายเงิน ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ ในช่วงทดลองฟังเพลง Apple Music ฟรี 3 เดือนนี้  โดย Taylor Swift ศิลปินชื่อดัง ก็ได้เขียนจดหมายถึง Apple ว่า ตัดสินใจถอนอัลบั้ม 1989 ออกจาก Apple Music งานนี้จึงทำให้ Apple ต้องยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงใน Apple Music ช่วงทดลองฟรี 3 เดือนนั่นเอง

Apple-Watch

Apple Watch เปิดให้สั่งจองออนไลน์กันแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา ขณะนี้นาฬิกาอัจฉริยะดังกล่าวรองรับแอพพลิเคชั่นกว่า 1,000 รายการแล้ว แต่สิ่งที่น่าอิจฉาที่สุดก็คงจะเป็นเหล่าพนักงานของ Apple เอง ที่ CEO Tim Cook ได้ส่งจดหมายบอกแก่พนักงานว่า ให้สิทธิ์ในการซื้อ Apple Watch ในราคาพิเศษลด 50% สำหรับรุ่น Stainless Steel และรุ่น Sport ซึ่งมีเวลาให้ตัดสินใจ 90 วันนับตั้งแต่วันที่วางจำหน่าย เรียกได้ว่าดีมากๆเลย เกิดอยากจะเป็นพนักงาน Apple ขึ้นมาทันทีทันใดเลยทีเดียวเชียว

Apple

ช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับโครงการต่างๆของ Apple ออกมาไม่น้อยเลย ล่าสุดก็เป็นข่าวลือจากสำนักข่าวชื่อดังในต่างประเทศ รายงานว่าขณะนี้  Apple กำลังซุ่มทำโครงการใหม่ที่มีชื่อว่า Titan เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นแบรนด์ของ Apple เองด้วย งานนี้ยังบอกอีกว่า CEO Apple ได้เซ็นอนุมัติโครงการเมื่อ 1 ปีที่แล้ว และได้ให้ประธานฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นหัวหน้าทีม รวมทั้งยังสามารถดึงพนักงานส่วนไหนก็ได้ของ Apple ไปร่วมในงานนี้ได้ตามสบายอีกด้วย

ณ ตอนนี้เราก็ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และถ้ามีจริงก็เรียกได้ว่า Apple กำลังมาร่วมลงเล่นตลาดอื่นๆ นอกจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั่นเอง เราก็ต้องคอยติดตามข่าวสารกันต่อไปค่ะ เชื่อว่าสาวก Apple ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอนเลย

ข่าวล่าสุด Apple ได้เปลี่ยนชื่อปุ่มดาว์โหลดแอพพลิเคชันบน App Store ที่ไม่เสียเงิน จากเดิมคือปุ่ม Free มาเป็น ปุ่ม GET แทน ตามที่สหภาพยุโรปเรียกร้องมา นั่นก็เพื่อแก้ปัญหาความเข้าใจผิดที่หลายคนเข้าใจว่าพวก In-App Purchases เป็นของฟรี แต่อันที่จริงนั้นจะมีส่วนที่เสียเงินในการซื้อไอเท็ม, ซื้อพลังงานชีวิตในเกม หรือซื้อตัวละคร เป็นต้น ซึ่งมักจะเกิดกรณีที่เด็กกดซื้อด้วยความเข้าใจผิดด้วย นอกจากเปลี่ยนปุ่ม Get แทนที่ปุ่ม Free แล้ว ยังมีการระบุชี้แจงใต้ปุ่มว่าเป็นพวก In-App Purchases ด้วย ส่วนแอพที่ต้องเสียเงินก่อนดาวน์โหลด ก็ยังมีการแสดงราคาที่ปุ่มตามปกติดังเดิม ฉะนั้นใครที่เข้าไปใน App Store แล้วเห็นปุ่ม Get ก็ไม่ต้องตกใจไปนะจ๊ะ

App Store

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับ iPhone 6 และ iPhone 6 plus จาก Apple และก็ได้มีการประกาศประเทศวางจำหน่ายกลุ่มที่ 1 แล้วด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 12 กันยายน และวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน โดยมี 9 ประเทศที่ได้รับสิทธิ์นั้นก่อนใคร แน่นอนว่าประเทศไทยเราไม่มีรายชื่อแต่อย่างใด และเมื่อไปตรวจเช็คในประเทศกลุ่มที่ 2 ซึ่งจะมีการวางจำหน่ายในที่ 26 กันยายน ก็ยังไม่ปรากฏชื่อประเทศไทยอยู่ดี จึงทำให้คาดเดากันว่า อาจจะมีการวางจำหน่ายในช่วงวันที่ 25 ตุลาคม เช่นเดียวกับการวางจำหน่าย iPhone รุ่นก่อนในไทยอย่าง 5S และ 5C ก็เป็นได้ เชื่อว่าสาวก Apple หลายคนในไทยก็ตั้งตารอเพื่อเป็นเจ้าของ iPhone 6 และ iPhone 6 plus อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เอาเป็นว่าอดใจรออีกสักนิด อย่าเพิ่งหันไปซื้อเครื่องหิ้วมาใช้กันหละ เพราะอาจได้ของราคาสูงกว่าที่มีวางจำหน่ายจริงอยู่เยอะมากก็เป็นได้

apple iphone6 & 6plus

Samsung

อย่างที่เราได้รับทราบข้อมูลกันมาไม่น้อย เกี่ยวกับการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิบัตรเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะ Samsung ที่โดนฟ้องร้องจากหลายเจ้าเหลือเกิน ล่าสุดก็เป็นกรณีที่ฟ้องร้องกันกับ Apple ซึ่งศาลก็ได้ตัดสินแล้วว่า ทั้งคู่ต้องจ่ายค่าปรับให้กันและกัน แม้จะดูว่าทาง Samsung ต้องจ่ายเยอะกว่ามาก แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำให้หมดตัวได้เลยสักนิดที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า Samsung ได้กลายเป็นเจ้าตลาดไปแล้วเรียบร้อยแล้ว เพราะอะไรนั้นเราลองมาฟังการวิเคราะห์จาก เว็บไซต์ Vanityfair กันดีกว่า

เว็บไซต์ Vanityfair เปิดเผยว่าการละเมิดสิทธิบัตรของ Samsung นั้น เป็นเหมือนเรื่องที่ตั้งใจจะให้เกิดขึ้นแต่แรกแล้ว พร้อมกับได้นำตัวอย่างเหตุการณ์การฟ้องร้อง Samsung จากบริษัทต่างๆมาให้ดู ได้แก่

เหตุการณ์ตัวอย่างแรก - Pioneer ยื่นฟ้อง Samsung กรณีละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Plasma TV ในปี 2006 มีการเรียกร้องค่าเสียหาย 59 ล้านเหรียญสหรัฐแต่กว่าศาลจะตัดสินให้ Samsung จ่ายค่าเสียหาย เรื่องราวก็ยืดเยื้อมาจนถึงปี 2009 เนื่องจากมีการยื่นอุธรณ์ จนทำให้สุดท้ายแล้ว Pioneer ต้องปิดตัวไปในที่สุด

เหตุการณ์ตัวอย่างที่ 2 - Sharp ยื่นฟ้อง Samsung ปี 2007 กรณีละเมิดสิทธิบัตรจอ LCD ทุกอย่างก็คล้ายเหตุการณ์แรก เพราะกว่าศาลจะตัดสิน Samsung ก็กลายเป็นเจ้าตลาดในเรื่องนี้ไปแล้ว กินส่วนแบ่งทางการตลาดนำหน้าเจ้าของสิทธิบัตรอย่างราบคาบเช่นเดิม

ดังนั้นเหตุการณ์ฟ้องร้องกันระหว่าง Apple กับ Samsung จึงมีการมองว่าเป็นการจงใจของ Samsung นี่แหละ เพราะจากที่เห็นแม้จะเสียค่าปรับไปเยอะแต่ก็ได้เป็นเจ้าตลาด ที่แม้เจ้าของสิทธิบัตรยังสู้ไม่ได้เลย