AvoidCone

เปิดให้ดาวน์โหลดไปเล่นฟรีๆกันแล้วสำหรับ AvoidCone เกมหักหลบสยบกรวย ผ่าน Play Store เพราะตอนนี้รองรับเฉพาะ Android ส่วนระบบปฏิบัติการอื่นๆรออีกนิด (AvoidCone iPhone เร็วๆนี้) เป็นเกมที่มีกราฟฟิกไม่เยอะ เล่นสนุกได้ตลอดเวลา วิธีการเล่นก็ง่ายมากๆแค่ต้องบังคับรถซิ่งให้หลบกรวยไปซ้ายที ขวาที ซึ่งจะมีกรวยวางอยู่บนทางด่วนเยอะแยะไปหมด ก็เหมือนเวลามีการตั้งกรวยเพื่อปรับปรุงถนน ซึ่งเราก็ต้องหักหลบนั่นแหละ เพียงแต่ในเกมนี้กรวยไม่ได้วางเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบนั้นนะจ๊ะ เพราะจะวางในแบบที่ทำให้เราแทบจะหักรถหลบไม่ทันกันเลยทีเดียว หลายคนอาจคิดว่าก็เล่นง่ายๆเองนิ แต่เชื่อเลยว่าหากได้ลองจริงจะไม่พูดเช่นนั้นเลย แต่ถ้าใครมีทักษะดีงานดีก็กลายเป็นเรื่องหมูๆได้เหมือนกัน

เรื่องมันมีอยู่ว่าหนุ่มชาวสเปนคนหนึ่งได้ฟ้องร้อง Google ต่อศาลยุติธรรมของสหภาพยุโรปว่า เมื่อทำการนำชื่อของเขาไปค้นหาใน Google Search จะพบกับข้อมูลเชื่อมโยงไปในปี 1998 ซึ่งในตอนนั้นมีการลงหนังสือพิมพ์ระบุว่า ชายคนดังกล่าวได้นำบ้านและทรัพย์สินออกประมูลเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงิน เมื่อเป็นเช่นนี้ในปี 2010 หนุ่มคนดังกล่าวจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลยุโรป เพื่อให้ Google ลบข้อมูลดังกล่าวออกจากฐานข้อมูลซะ

Google Search

ล่าสุดศาลยุโรปได้ตัดสินให้ Google ทำการลบลิงค์ข้อมูลส่วนตัวของหนุ่มสเปนคนนี้ ออกจากฐานข้อมูลการค้นหา หรือ Google Search ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้บริโภคสมควรได้รับสิทธิที่จะถูกลืมหมายความว่าผู้บริโภคสามารถลบข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ต้องการเผยแพร่สู่สาธารณชนเป็นเวลานานออกจากระบบอินเตอร์เน็ต เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ Google รู้สึกผิดหวังอย่างมาก และทางฝั่งยุโรปก็ให้ความสำคัญในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลมากเช่นกัน เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์ที่นำข้อมูลลับของหน่วยงานราชการสหรัฐอเมริกาออกมาเผยแพร่นั่นเอง

Samsung

อย่างที่เราได้รับทราบข้อมูลกันมาไม่น้อย เกี่ยวกับการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิบัตรเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะ Samsung ที่โดนฟ้องร้องจากหลายเจ้าเหลือเกิน ล่าสุดก็เป็นกรณีที่ฟ้องร้องกันกับ Apple ซึ่งศาลก็ได้ตัดสินแล้วว่า ทั้งคู่ต้องจ่ายค่าปรับให้กันและกัน แม้จะดูว่าทาง Samsung ต้องจ่ายเยอะกว่ามาก แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำให้หมดตัวได้เลยสักนิดที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า Samsung ได้กลายเป็นเจ้าตลาดไปแล้วเรียบร้อยแล้ว เพราะอะไรนั้นเราลองมาฟังการวิเคราะห์จาก เว็บไซต์ Vanityfair กันดีกว่า

เว็บไซต์ Vanityfair เปิดเผยว่าการละเมิดสิทธิบัตรของ Samsung นั้น เป็นเหมือนเรื่องที่ตั้งใจจะให้เกิดขึ้นแต่แรกแล้ว พร้อมกับได้นำตัวอย่างเหตุการณ์การฟ้องร้อง Samsung จากบริษัทต่างๆมาให้ดู ได้แก่

เหตุการณ์ตัวอย่างแรก - Pioneer ยื่นฟ้อง Samsung กรณีละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Plasma TV ในปี 2006 มีการเรียกร้องค่าเสียหาย 59 ล้านเหรียญสหรัฐแต่กว่าศาลจะตัดสินให้ Samsung จ่ายค่าเสียหาย เรื่องราวก็ยืดเยื้อมาจนถึงปี 2009 เนื่องจากมีการยื่นอุธรณ์ จนทำให้สุดท้ายแล้ว Pioneer ต้องปิดตัวไปในที่สุด

เหตุการณ์ตัวอย่างที่ 2 - Sharp ยื่นฟ้อง Samsung ปี 2007 กรณีละเมิดสิทธิบัตรจอ LCD ทุกอย่างก็คล้ายเหตุการณ์แรก เพราะกว่าศาลจะตัดสิน Samsung ก็กลายเป็นเจ้าตลาดในเรื่องนี้ไปแล้ว กินส่วนแบ่งทางการตลาดนำหน้าเจ้าของสิทธิบัตรอย่างราบคาบเช่นเดิม

ดังนั้นเหตุการณ์ฟ้องร้องกันระหว่าง Apple กับ Samsung จึงมีการมองว่าเป็นการจงใจของ Samsung นี่แหละ เพราะจากที่เห็นแม้จะเสียค่าปรับไปเยอะแต่ก็ได้เป็นเจ้าตลาด ที่แม้เจ้าของสิทธิบัตรยังสู้ไม่ได้เลย